

อาหารปลาลอยน้ำ vs อาหารปลาจมน้ำ แบบไหนดีกว่ากัน?
ความรู้
1836 คน | 16 พ.ค. 2025

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เลี้ยงปลา คงเคยได้ยินคำถามที่ว่าอาหารปลาลอยน้ำ vs อาหารปลาจมน้ำต่างกันยังไงกันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ เพราะนอกจากน้ำสะอาดและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแล้ว อาหารก็เป็นหัวใจสำคัญของการเลี้ยงปลาให้เติบโตแข็งแรง สุขภาพดี สีสันสวยงามด้วยครับ
ปัจจุบันตามท้องตลาดมีอาหารปลาให้เลือกมากมายหลากหลายแบบ ไม่ได้มีแค่สูตรอาหารหรือยี่ห้อให้เลือกเยอะเท่านั้น แต่ยังมีประเภทที่ต่างกัน รวมไปถึงสารอาหารที่ปลาต้องการด้วยนั่นเองครับ นอกจากนั้นยังมีอาหารแบบปลาจมน้ำ และอาหารแบบลอยน้ำด้วย ซึ่งทั้งสองแบบนี้มีประโยนช์เฉพาะตัวที่ต่างกัน เหมาะกับปลาคนละประเภท ซึ่งแน่นอนว่าหากเราเลือกอาหารไม่เหมาะกับเจ้าปลา ก็อาจทำให้ปลาไม่ได้สารอาหารที่เพียงพอ เติบโตช้า หรือแย่กว่านั้นอาจทำให้ปลาล้มป่วยได้เลยล่ะครับ
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างอาหารปลาลอยน้ำ vs อาหารปลาจมน้ำจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ไม่อยากให้ละเลยครับ โดยเฉพาะสำหรับผู้เลี้ยงปลาที่ต้องการดูแลให้ปลามีสุขภาพดี และเติบโตอย่างเต็มที่ ฟอร์มดีอนาคตไกล ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงเชิงพาณิชย์ที่ต้องการประหยัดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต หรือแม้แต่การเลี้ยงปลาสวยงามที่เราอยากให้มีสีสันสดใสและว่ายน้ำอย่างกระฉับกระเฉง
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับอาหารปลาทั้งสองประเภทนี้ให้มากขึ้นว่า อาหารปลาลอยน้ำและอาหารปลาจมน้ำแตกต่างกันอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง และควรเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสมกับประเภทของปลาและลักษณะการเลี้ยง เพื่อให้การเลี้ยงปลาง่ายขึ้น ปลามีสุขภาพดี โตเร็ว น้ำในบ่อก็ยังใสสะอาด ไม่เสียเร็ว และได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามากที่สุด
อาหารปลาลอยน้ำ vs อาหารปลาจมน้ำคืออะไร?
สำหรับคนรักปลา ไม่ว่าจะเลี้ยงไว้ดูเล่นเพลิน ๆ หรือเลี้ยงเป็นอาชีพ การดูแลให้น้องปลาของเรากินดี อยู่ดี ถือเป็นเรื่องสำคัญมากจริงไหมครับ และหนึ่งในประเภทของอาหารนอกจากเป็นอาหารเร่งสี เร่งโตแล้วก็ยังเป็นประเภทอาหารแบบจมน้ำ แบบจมน้ำให้เลือกกันอีกด้วย ทำเอามือใหม่หลายคนอาจสับสน หลายคนอาจมองว่าอาหารปลาทั้งสองแบบแค่ต่างกันตรงที่ “ลอยกับจม” แต่ในความเป็นจริง มันมีความแตกต่างมากกว่านั้น ทั้งเรื่องพฤติกรรมการกินของปลา ความสะอาดของน้ำ ไปจนถึงต้นทุนการเลี้ยงเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าเลือกถูกต้อง เหมาะสมกับปลา ก็พลอยทำให้ ชีวิตคนเลี้ยงก็ง่ายขึ้น ปลาก็สุขภาพดี โตไว สีสวย แต่ถ้าเลือกผิดก็อาจเจอปัญหาปลากินไม่หมด น้ำเน่า อาหารเปลือง หรือปลาโตช้าได้ง่ายๆ เลยครับ มาดูกันว่าแต่ละแบบต่างกันยังไงบ้างครับ อาหารปลาลอยน้ำ (Floating Fish Feed) คือ อาหารเม็ดที่ถูกผลิตให้มีความหนาแน่นน้อยกว่าเนื้อของน้ำ ทำให้ลอยอยู่บนผิวน้ำเมื่อโปรยลงไป อาหารประเภทนี้มักมีเนื้อแน่นแต่เบากว่าเยอะ ผลิตด้วยกระบวนการการอัดความร้อนสูง (Extrusion) ทำให้เนื้ออาหารฟู มีฟองอากาศอยู่ข้างใน จึงสามารถลอยอยู่ได้นาน จุดเด่นของอาหารลอยน้ำ คือ ช่วยให้เจ้าของปลาเห็นพฤติกรรมการกินของปลาได้ชัด ว่าปลามากินหรือไม่ กินเยอะไหม ถ้าปลากินน้อยกว่าปกติ ก็อาจบ่งบอกถึงอาการป่วยหรือสภาพน้ำที่ไม่ดีได้ ถือว่าเป็นข้อดีในการควบคุมคุณภาพการเลี้ยงเลยครับ อาหารปลาจมน้ำ (Sinking Fish Feed) คือ อาหารเม็ดที่เมื่อโปรยลงไปแล้วจะค่อยๆ จมลงสู่ก้นบ่อหรือพื้นตู้ปลา โดยอาหารชนิดนี้ผลิตด้วยวิธีการอัดเม็ดแบบเย็นหรือความร้อนต่ำ (Pelletizing) ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อจะแน่นกว่าแบบลอยน้ำ เพราะไม่มีฟองอากาศข้างใน ทำให้จมทันทีเมื่อลงน้ำ อาหารประเภทนี้มักจะใช้กับปลาที่มีนิสัยกินอาหารใต้น้ำ ที่หากินอาหารบริเวณก้นบ่อตามธรรมชาติ การใช้อาหารจมน้ำจึงช่วยให้ปลากินได้สะดวก เหมาะกับพฤติกรรมการกินของเขามากขึ้นข้อดีและข้อเสียของอาหารปลาลอยน้ำ
ถ้าคุณเคยเดินเข้าร้านขายอาหารปลาแล้วสับสนว่าจะซื้ออาหารปลาลอยน้ำ หรืออาหารปลาจมน้ำ ดีบอกเลยว่าไม่แปลกครับ เพราะแต่ละแบบมันก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นจะมาขออธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่า อาหารปลาลอยน้ำ มีดีตรงไหน และมีข้อเสียอะไรบ้างข้อดีของอาหารปลาลอยน้ำ
ควบคุมปริมาณอาหารได้ดี เวลาคุณให้อาหารปลาลอยน้ำ คุณจะมองเห็นว่าปลาแต่ละตัวกินเยอะแค่ไหน มีตัวไหนว่ายมากินหรือไม่กินเลย ทำให้สามารถประเมินสุขภาพปลาได้แบบง่าย ๆ ใครว่ายช้า ใครไม่มากิน แปลว่าอาจป่วยหรือไม่สบาย น้ำไม่เน่าเสียง่าย เนื่องจากอาหารลอยอยู่บนผิวน้ำ ถ้าปลาไม่กิน เราสามารถเก็บออกได้ ไม่ปล่อยให้จมไปเน่าอยู่ก้นบ่อแบบอาหารจมน้ำ ช่วยลดของเสีย ช่วยให้ประหยัดค่าน้ำ ค่ากรอง และไม่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อย ฝึกนิสัยการกินของปลาได้ การให้อาหารแบบลอยน้ำเป็นการ “ฝึกปลา” ให้มากินตรงเวลามาที่ผิวน้ำช่วยให้ปลาเชื่อง และยังทำให้ดูสวยเวลาว่ายมากินพร้อมกัน เหมาะมากสำหรับปลาโชว์ เช่น ปลาคาร์ฟ ปลาทอง ปลาหมอสี เหมาะกับปลาเลี้ยงโชว์และปลาผิวน้ำ ปลาหลายชนิดอย่างปลาคาร์ฟ ปลานิล ปลาทับทิม เป็นปลาที่หากินบริเวณผิวน้ำ อาหารลอยน้ำจึงเหมาะสมและช่วยให้กินได้ง่าย ไม่ต้องมุดลงไปหาอาหาร ใช้เทคโนโลยีการผลิตสูง อาหารปลาลอยน้ำส่วนใหญ่จะผ่านการ “อบและอัดเม็ดแบบพิเศษ” (Extrusion) ซึ่งช่วยให้ย่อยง่าย โปรตีนและสารอาหารดูดซึมได้ดี และยังเก็บรักษาได้นานอีกด้วยนั่นเองข้อเสียของอาหารปลาลอยน้ำ
ปลาเล็กหรือปลาที่หากินกลางน้ำอาจไม่กิน ถ้าเลี้ยงปลาวัยอ่อนหรือปลาที่ชอบว่ายอยู่ระดับกลางถึงล่าง เช่น ปลาคอรี ปลาปอมปาดัวร์ หรือปลาเรนโบว์ อาจจะไม่คุ้นเคยกับอาหารที่ลอยอยู่ ต้องใช้เวลาในการฝึก เสี่ยงต่อการเกิดแอมโมเนียหากปลากินไม่หมด แม้อาหารลอยน้ำจะเก็บออกได้ถ้าเหลือ แต่ถ้าปลาทำให้แตกกระจาย หรือฝนตกทำให้ละลายเร็วก็อาจกลายเป็นของเสียในน้ำ และเกิดแอมโมเนียสูงได้ แต่ไม่ต้องห่วงครับ เพราะถ้าคุณเลือกอาหารปลาลอยน้ำที่มีคุณภาพดี เช่น อาหารปลาซากุระโกลด์ ซึ่งใช้โปรตีนคุณภาพสูงจากเนื้อปลา คริลล์ และมีการเสริมโปรไบโอติกในสูตร ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดท้องอืดในปลาทอง และช่วยลดปัญหาน้ำเสียได้อย่างมากเลยทีเดียว
ข้อดีและข้อเสียของอาหารปลาจมน้ำ
เมื่อโปรยลงน้ำแล้วจะ ค่อย ๆ จมลงไปที่ก้นบ่อหรือระดับกลางน้ำ เหมาะกับปลาที่มีพฤติกรรมการกินอาหารใต้น้ำ ลักษณะของอาหารจมคือจะมีเนื้อแน่นกว่าอาหารลอยน้ำ และผลิตจากการอัดเม็ดแบบไม่ใช้แรงดันสูงเท่าอาหารลอย ทำให้เม็ดไม่พอง ไม่เบา และมีน้ำหนักพอที่จะจมได้ข้อดีของอาหารปลาจมน้ำ
เหมาะกับปลาที่กินจากก้นตู้หรือกลางน้ำ บางชนิดไม่ยอมขึ้นมากินที่ผิวน้ำ เช่น ปลาค้อรี่ ปลาซัคเกอร์ ถ้าให้อาหารลอยน้ำ ปลาจะอดกิน เพราะแย่งไม่ทัน อาหารจมน้ำจึงช่วยให้ปลาเหล่านี้ได้กินอย่างทั่วถึง ลดการแย่งอาหาร หากในตู้มีปลาหลากหลายชนิด การให้อาหารจมจะช่วยกระจายโซนการกิน ไม่ให้ปลากลุ่มลอยผิวน้ำกินจนหมด เหมาะกับระบบให้อาหารอัตโนมัติ อาหารจมสามารถใช้กับเครื่องให้อาหารที่โปรยหรือปล่อยลงน้ำได้ดี เพราะไม่ปลิวตามลม ไม่กระจายตัว จึงเหมาะกับฟาร์มที่ใช้ระบบให้อาหารอัตโนมัติเป็นรอบเวลา ปลาบางชนิดกินได้มากกว่า ปลาก้นตู้จะได้มีพฤติกรรมหากินแบบธรรมชาติ จะรู้สึก “ปลอดภัย” และกินได้มากกว่าถูกบังคับให้มากินบนผิวน้ำ ช่วยลดความเครียด ทำให้การใช้อาหารจมบางครั้งช่วยให้ปลาโตเร็วขึ้นในกลุ่มนี้ข้อเสียของอาหารปลาจมน้ำ
เสี่ยงอาหารเหลือและน้ำเสีย หากให้อาหารเยอะเกินไป อาหารจะตกลงไปก้นตู้ ปลายังไม่กินหมด ก็กลายเป็นตะกอนเน่าเสีย ส่งกลิ่นและทำให้แอมโมเนียสูงในตู้ สังเกตยาก ว่าปลากินไม่กิน ต่างจากอาหารลอยน้ำที่เราสามารถเห็นปลาแหวกว่ายมากินได้ชัดเจน อาหารจมน้ำจะทำให้เราดูไม่ออกว่าปลาตัวไหนได้กินหรือยัง อาจไม่เหมาะกับปลาผิวน้ำ หากในตู้มีแต่ปลาที่กินอาหารจากผิว เช่น ปลาหางนกยูง ปลาสอด สำหรับกรณีที่เลี้ยงปลาที่มีความเสี่ยงเรื่องท้องอืด แต่ยังอยากใช้เม็ดลอย เช่น ปลาทองบางสายพันธุ์ ลองเลือกอาหารที่มีโปรไบโอติกในการช่วยย่อยอย่าง ซากุระโกลด์ ได้เลยครับ เพราะแม้จะเป็นเม็ดลอย แต่ก็ออกแบบมาเพื่อลดปัญหานี้ได้ดีเลือกใช้แบบไหนดี อาหารปลาลอยน้ำ vs อาหารปลาจมน้ำ?
ต้องขออธิบายก่อนครับว่าจริงๆ แล้วไม่มีคำตอบตายตัวว่าอะไรดีกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่าคุณเลี้ยงปลาชนิดไหน พันธุ์อะไร? ลักษณะการกินปลาของคุณชอบกินอาหารแบบไหน? ระบบกรองน้ำของคุณเป็นแบบไหน? ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสำหรับคนที่เลี้ยงปลาหลายชนิดในตู้เดียว หรือเลี้ยงปลาก้นตู้โดยเฉพาะ ควรเลือกใช้อาหารปลาจมน้ำ ควบคู่กับอาหารลอยน้ำ โดยอาจแบ่งเวลาให้อาหาร หรือเลือกให้ตามโซนของปลาในตู้ก็ได้ครับ แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นสำหรับปลาบางชนิด ที่ควรใช้อาหารเม็ดจมเท่านั้น หรือควรใช้เป็นหลักอยู่ด้วยครับ เพราะบางสายพันธุ์ชอบซ่อนตัวอยู่ก้นตู้ และไม่ว่ายขึ้นมากินเลย ซึ่งถ้าเราให้ผิดประเภทปลาบางตัวอาจไม่กินเลย จนผอมลงหรือเครียดได้เลยครับ ยกตัวอย่างเช่น ปลาทองหัวสิงห์ ปลาซัคเกอร์ หรือปลาที่ขี้ตกใจอย่าง ปลานีออน ปลาคาดินัล สำหรับมือใหม่แนะนำว่าเริ่มจากอาหารปลาลอยน้ำคุณภาพดี จะปลอดภัยและควบคุมง่ายที่สุด เช่น ซากุระโกลด์ ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับปลาทองทุกสายพันธุ์ ทุกช่วงวัย และยังมีคุณสมบัติโดดเด่นเรื่อง “เร่งโต เร่งสี เร่งวุ้น” จากเม็ดอาหารทั้งสามสีรวมไว้ในถุงเดียวอีกด้วยครับ
เคล็ดลับในการให้อาหารปลาลอยน้ำ vs อาหารปลาจมน้ำ
เคล็ดลับในการให้อาหารปลาลอยน้ำ
1. ให้ปริมาณพอดีและกระจายอาหาร อาหารปลาลอยน้ำจะ ลอยบนผิวน้ำ ต้องคำนึงถึงปริมาณให้เหมาะสม เพราะถ้าให้มากเกินไป อาหารจะลอยทิ้งไว้บนผิวน้ำ ถ้าปลาไม่กินก็จะทำให้เกิด ของเสียและน้ำเสียตามมา เคล็ดลับ : ให้อาหารแค่พอปลากินหมดใน 5-10 นาที อย่าให้เหลือเยอะเกินไป สามารถใช้เวลาในการสังเกตปลา เพื่อดูว่าปลาทุกตัวกินอาหารจนหมดไหม และสามารถเก็บที่เหลือออกจากน้ำได้ทันที 2. ฝึกให้ปลากินตรงเวลา ปลาเลี้ยงบางชนิด โดยเฉพาะปลาที่เลี้ยงในบ่อหรือถังปลาฉลาดพอที่จะเข้าใจ “เวลาให้อาหาร” ดังนั้นควรให้อาหารทุกวันในเวลาเดียวกัน เพื่อฝึกพฤติกรรมการกินของปลา เคล็ดลับ : เริ่มจากการให้อาหารในเวลาเดิมทุกวัน และปลาจะคุ้นเคยกับการมากินบนผิวน้ำเมื่อถึงเวลา 3. เลือกอาหารที่เหมาะกับชนิดปลา การเลือกอาหารลอยน้ำที่มี โปรตีนสูง 35% หรือมีส่วนผสมที่เหมาะสมกับชนิดปลาจะช่วยให้ปลามีสีสันสวยงามและโตเร็ว ที่สำคัญอาหารปลาซากุระโกลด์ ยังมีสูตรลอยน้ำ ที่มีโปรตีน 35% และเม็ดสามสี ช่วยเร่งโต เร่งสี และเร่งวุ้นสำหรับปลาอีกด้วยครับ เคล็ดลับ : เลือกอาหารที่มี โปรตีนสูง หากคุณต้องการให้ปลาโตเร็วและมีสุขภาพดี โดยเฉพาะปลาที่คุณเลี้ยงเพื่อความสวยงาม 4. ระวังน้ำในบ่อไม่ให้เน่า เนื่องจากอาหารปลาลอยน้ำจะอยู่บนผิวน้ำ หากมีการให้อาหารมากเกินไปหรือปลากินไม่หมด อาจทำให้น้ำเน่าเร็ว ดังนั้นเก็บอาหารที่เหลือออกจากน้ำทันที เคล็ดลับ : ใช้ระบบกรองน้ำที่ดี เพื่อช่วยกำจัดเศษอาหารและสิ่งสกปรกในน้ำเคล็ดลับในการให้อาหารปลาจมน้ำ
1. ให้อาหารพอประมาณ และไม่ให้เกิน อาหารปลาจมน้ำมีลักษณะว่าจะจมลงสู่ก้นบ่อ หากให้มากเกินไปจะทำให้เกิดของเสียสะสมที่ก้นบ่อ ซึ่งจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยขึ้น เคล็ดลับ : ให้อาหารในปริมาณที่ปลากินหมดภายใน 10-15 นาที และเก็บเศษอาหารที่เหลือออกจากก้นบ่อเพื่อป้องกันน้ำเน่า 2. เลือกอาหารให้เหมาะกับระดับน้ำ ปลาแต่ละชนิดมีพฤติกรรมการหากินที่ต่างกัน บางชนิดจะหากินที่ก้นบ่อ ดังนั้นการให้อาหารปลาจมน้ำจึงเหมาะกับการเลี้ยงปลาเหล่านี้ เคล็ดลับ : เลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และย่อยง่าย เพื่อให้ปลามีสุขภาพดี โดยเฉพาะสำหรับปลาที่ชอบหากินที่ก้นบ่อ 3. ใช้ระบบให้อาหารอัตโนมัติ สำหรับฟาร์มปลาใหญ่ หรือบ่อที่มีปลาเยอะและไม่สามารถดูแลได้ทุกวัน การใช้ระบบให้อาหารอัตโนมัติที่สามารถเทอาหารลงบ่อได้เองจะสะดวกมากขึ้น และยังช่วยลดปริมาณอาหารที่หลุดรอดออกจากน้ำ เคล็ดลับ : หากใช้ระบบอัตโนมัติตรวจสอบปริมาณอาหารและเวลาที่ให้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดการให้อาหารมากเกินไป 4. ตรวจสอบคุณภาพอาหาร อาหารปลาจมน้ำบางชนิดอาจมีโปรตีนต่ำ หรือส่วนผสมที่ย่อยยาก ทำให้ปลามีการเจริญเติบโตช้า ดังนั้นควรเลือกอาหารที่มีส่วนผสมที่ย่อยง่าย และไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตราย เคล็ดลับ : เลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น อาหารปลาจมน้ำที่มีส่วนผสมจากปลา หรือกุ้ง และไม่มีสารเติมแต่งที่อาจทำให้ปลาเกิดอาการไม่สบาย หลาย ๆ คนเลือกที่จะใช้ทั้งอาหารลอยน้ำและจมน้ำร่วมกัน โดยให้อาหารลอยน้ำในช่วงเช้า เพื่อให้เห็นปลากินชัดเจนและดูแลสุขภาพปลาได้ดี แล้วใช้อาหารจมน้ำในช่วงเย็น เพื่อลดการควบคุมปริมาณอาหารและใช้ในระบบอัตโนมัติก็ได้ครับ
แนะนำอาหารปลาลอยน้ำและอาหารปลาจมน้ำที่มีสารอาหารครบถ้วน
อาหารปลาซากุระ : เร่งโต เร่งสี เร่งวุ้น เม็ด 3 สี โปรตีน 35% หนึ่งในแบรนด์ที่ทุกคนไว้วางใจและพูดถึงกันมาก คือ อาหารปลาซากุระ หรือ Sakura Gold ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของปลาสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นปลาทอง ปลาคาร์ฟ ปลาบอลลูน ปลาหางนกยูง ปลาสอด ดูแลให้ปลามีสุขภาพดี สีสันสดใส และโตเร็ว โดยเฉพาะสำหรับปลาสวยงาม ซึ่งเป็นปลาที่ต้องการโปรตีนสูงเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี อาหารปลาซากุระโกลด์ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ด้วยโปรตีนที่สูงถึง 35% เหมาะกับปลาทอง ปลาคาร์ฟ หรือแม้แต่ปลาสวยงามทุกสายพันธุ์ ทุกช่วงวัย ช่วยให้ปลาโตเร็ว มีสุขภาพแข็งแรง ได้รับสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการเติบโต ให้ปลาฟอร์มดี อนาคตไกล เรียกได้ว่าครบจบในตัวเดียวเลยด้วย สิ่งที่ทำให้อาหารปลาซากุระต่างจากแบรนด์อื่น ๆ คือความใส่ใจในคุณภาพของส่วนผสมที่ใช้ ซากุระเลือกใช้ โปรตีนคุณภาพดี และ วิตามิน ที่จะช่วยให้ปลาได้รับสารอาหารที่จำเป็นในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ว่าจะเป็น โอเมก้า 3 ที่ช่วยให้ปลาโตเร็ว หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยให้ปลามีสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของกระดูกและการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายปลา พร้อมตอบโจทย์การเลี้ยงปลาทองทุกประเภท ทั้ง เร่งโต เร่งสี และเร่งวุ้น เหมาะสมกับปลาทองทุกสายพันธุ์ ทุกช่วงวัย ทำให้ปลาของคุณมีสุขภาพที่ดีและเติบโตอย่างแข็งแรงแน่นอนครับ นอกจากอาหารปลาซากุระที่เป็นตัวเลือกหลักสำหรับคนรักปลาแล้ว ยังมีอาหารปลาอีกหลายสูตรที่ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการหาอาหารตามธรรมชาติของปลาแต่ละสายพันธุ์ เพราะปลาแต่ละชนิดมีการอยู่อาศัยที่ต่างกัน บางชนิดชอบกินอาหารบนผิวน้ำ ในขณะที่บางชนิดมักจะรออาหารอยู่บริเวณพื้นตู้ การเลือกใช้ประเภทอาหารที่เหมาะสมจึงช่วยให้ปลาได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และลดการสูญเสียของเศษอาหารในระบบกรองน้ำ นอกจากสินค้านี้แล้ว ยังมีอีกหลายสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งสูตรลอยน้ำและจมน้ำ ได้แก่อาหารปลาลอยน้ำ
- Sakura Koi Staple Formula อาหารปลาคาร์ฟจากแบรนด์ SAKURA KOI ที่ถูกผลิตขึ้นด้วยความใส่ใจที่มีต่อการเจริญเติบโตของปลาในช่วงเวลาที่เหมาะสม ช่วยสร้างความสมดุลต่อตัวปลาหลังจากกินอาหารในกลุ่มเร่งโตหรือเร่งสีมานานโดยยังคงรักษาโครงสร้าง และสีสันของปลาเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะของอาหารสูตร Staple ที่แตกต่างจากอาหารเร่งโตและเร่งสีอย่างสิ้นเชิง
- White Rose อาหารสำหรับปลาสวยงามทุกประเภท ให้โปรตีนประมาณ 20% และมีสารอาหารครบถ้วน พร้อมทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่มีส่วนช่วยในเรื่อง เร่งสี เร่งโต เพิ่มวุ้น เกล็ดเงา ไม่ทำให้น้ำขุ่น เม็ดลอยน้ำได้นานทั้งวัน เหมาะกับปลาทุกขนาดตั้งแต่ลูกปลาไปจนถึงปลาใหญ่ เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของปลาเลี้ยงสวยงามทุกประเภท
อาหารปลาเม็ดจมน้ำ
- Sakura High Growth Formula เม็ดจมน้ำ อาหารปลาสูตรเร่งโต ถูกออกแบบให้ประกอบด้วยโปรตีนจากแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงประกอบไปด้วย หนอนไหม เนื้อปลา ตับปลาหมึก และตัวเคย ซึ่งอุดมด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อของ ปลาแฟนซีคาร์ฟให้เจริญเติบโต และวิตามินที่จำเป็นต่อปลาอีกหลายชนิด
- Deep Insect Inside เม็ดจม อาหารปลาทองทุกสายพันธุ์ สูตรเร่งโตและเร่งสี ผสมสุดยอดโปรตีนจากจิ้งหรีด มีโปรตีนสูงถึง 45% เลือกใช้โปรตีนจากจิ้งหรีด ซึ่งเป็น Super Food ที่ให้โปรตีนคุณภาพสูง ดูดซึมดี ย่อยง่าย เหมาะกับธรรมชาติของปลาทองที่มักเจอปัญหาหงายท้องจากการย่อยอาหารไม่ทัน ทั้งยังมีกลิ่นหอม ดึงดูดสัญชาติญานการกินของปลาได้ดี และยังมีประโยชน์จากไขมันดี กรดอะมิโน และโอเมก้า ให้ปลาโตอย่างรวดเร็ว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารปลาลอยน้ำ vs อาหารปลาจมน้ำ
ปลาคาร์ปกินอาหารจมน้ำได้หรือไม่?
- โดยทั่วไปปลาคาร์ฟเป็นปลาที่กินอาหารบนผิวน้ำได้ดี แต่ความจริงแล้วพวกมันก็สามารถกินอาหารจมน้ำได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีที่อากาศเย็นจัดซึ่งทำให้ปลามีพฤติกรรมกินอาหารช้าลงหรือไม่ขึ้นมาผิวน้ำ การให้อาหารเม็ดที่ค่อย ๆ จมลงจึงช่วยให้ปลาสามารถกินได้ในจังหวะที่สบายมากขึ้น
ให้อาหารปลาจมน้ำในบ่อที่ไม่มีระบบกรองได้หรือไม่?
- ได้ครับ แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณอาหารที่ให้ เพราะอาหารเม็ดจมที่ตกค้างในบ่ออาจก่อให้เกิดของเสียสะสม หากไม่มีระบบกรองช่วยจัดการ การให้อาหารในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือเปลี่ยนมาใช้อาหารเม็ดลอยที่ไม่แตกตัวง่าย
อาหารปลาที่ลอยน้ำได้จะทำให้น้ำขุ่นหรือไม่?
- หากเป็นอาหารที่คุณภาพต่ำ มักจะมีปัญหาเม็ดอาหารแตกตัวเร็ว ทำให้เกิดฝุ่นอาหารลอยในน้ำและทำให้น้ำขุ่นง่าย แต่ถ้าเป็นอาหารที่คุณภาพดี เช่น อาหารปลาซากุระโกลด์ ซึ่งใช้เม็ดอาหารที่ผ่านการบีบอัดอย่างแน่นหนา ไม่แตกตัวง่าย และมีอัตราการละลายน้ำต่ำ จะช่วยลดการเกิดเศษอาหารและคราบโปรตีนลอยบนผิวน้ำได้อย่างดี น้ำจึงใสและสะอาดอยู่เสมอ แถมยังปลอดภัยต่อสุขภาพปลาอีกด้วย


รายการโปรด