

เคล็ดไม่ลับ การเลี้ยงปลาสวยงามให้โตเร็ว สีสวย สุขภาพดี
ความรู้
2600 คน | 18 มิ.ย. 2025

การเลี้ยงปลาสวยงาม ไม่ได้เป็นแค่งานอดิเรกที่ช่วยให้บ้านดูมีชีวิตชีวาเท่านั้นนะครับ แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด เพิ่มสมาธิได้ดีสุด ๆ และยังให้ความรู้สึกสงบเหมือนนั่งอยู่ใกล้ธรรมชาติ การได้เห็นปลาว่ายไปมาอย่างสบายในตู้ที่ใสสะอาดนั้นชวนให้เพลิดเพลินจริง ๆ เคลิ้มจนให้ฟีลเหมือนได้ลงไปว่ายเองด้วยเลย ยิ่งใครที่เลี้ยงมาสักพักจนเริ่มสังเกตพฤติกรรมเจ้าปลาของเราได้บ้างแล้วว่าเขาชอบว่ายน้ำไปมุมไหน มีแหล่งขอนไม้หลบภัยประจำตัวตรงไหน ชอบว่ายเป็นกลุ่ม หรือชอบว่ายอยู่ตัวเดียว แต่ในบางคนที่ยิ่งสังเกตยิ่งรู้สึกว่าทำไมปลาของเราถึงไม่โต สีไม่สด หรือป่วยง่ายกว่าตู้ของคนอื่น
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายรักปลา หรือมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเลี้ยง ในบทความนี้จะช่วยไขทุกข้อสงสัย พร้อมแนะนำเทคนิคง่าย ๆ ในการเลี้ยงปลาสวยงาม ที่จะเปลี่ยนให้ปลาสวยงามของคุณแข็งแรง ฟอร์มสวย โตเร็ว สีสันสดใส และมีสุขภาพดีอยู่กับคุณไปนาน ๆ ครับ บอกเลยว่าเคล็ดไม่ลับที่เรานำมาฝากในวันนี้ จะช่วยให้การเลี้ยงปลาสวยงามของคุณสนุกขึ้น เห็นผลจริง เจ้าปลาตัวโปรดก็มีแฮปปี้มากขึ้นด้วย
รู้จักปลาสวยงามมีอะไรบ้าง
ก่อนจะไปลงลึกเรื่องการดูแลเรามาทำความรู้จักปลาสวยงามกันก่อนครับ ว่ามีปลาสวยงามมีกี่ชนิดและมีหลากหลายประเภทให้เลือกเลี้ยงทั้งแบบน้ำจืดและน้ำเค็ม ซึ่งแต่ละชนิดก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งในเรื่องสีสัน ลวดลาย รูปร่างและพฤติกรรม แต่จะขอยกประเภทที่นิยมในบ้านเรา ดังนี้ ปลาสวยงามน้ำจืด ถือเป็นขวัญใจชาวไทยเลยก็ว่าได้ เพราะปลาประเภทนี้ดูแลง่าย อุปกรณ์ไม่ซับซ้อน และมีหลากหลายสายพันธุ์จึงได้รับความนิยมสูงที่สุด เช่น-
- ปลาทอง (Goldfish) มีวิธีเลี้ยงที่ง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ ปลาทองมีหลายสายพันธุ์ เช่น ออรันดา, ริวกิ้น, สิงห์ สามารถเลี้ยงได้ทั้งในตู้กระจกหรืออ่างกลางแจ้ง
- ปลาคาร์ฟ (Koi) เป็นปลาสวยงามขนาดใหญ่ นิยมเลี้ยงในบ่อกลางแจ้ง ปลาคาร์ฟมีสีสันที่สวยงาม อายุยืน และเชื่อกันว่าเป็นปลาแห่งโชคลาภ
- ปลาหางนกยูง (Guppy) ปลาสวยงามขนาดเล็ก มีหลายสายพันธุ์ มีสีสันหลากหลาย มีหางรูปทรงสวยงาม เหมาะกับคนเลี้ยงปลาที่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโด, หอพัก
- ปลาหมอสี (Flowerhorn cichlid) ปลาสวยงามที่มีหัวโหนกใหญ่ มีสีสด ปลาหมอสีเป็นปลาที่มีนิสัยก้าวร้าว เหมาะเลี้ยงเดี่ยว มีความเชื่อว่าเลี้ยงปลาหมอสีจะเสริมโชคลาภ
- ปลาเทวดา (Angelfish) เป็นปลาที่มีทรงตัวแบน หางยาว ว่ายน้ำช้า มีหลายสี เหมาะเลี้ยงรวมกับปลาขนาดใกล้เคียงกัน
- ปลากัด (Betta) เป็นปลาสวยงามขนาดเล็ก หางสวย สีสด เลี้ยงง่าย เหมาะกับมือใหม่ ไม่ต้องใช้เครื่องออกซิเจน เลี้ยงเดี่ยวได้ มีหลายสายพันธุ์
- ปลาการ์ตูน (Clownfish)
- ปลานกแก้วทะเล (Parrotfish)
- ปลาผีเสื้อ (Butterflyfish)
วิธีเลี้ยงปลาสวยงามให้โตเร็วและสีสวย
สำหรับการเลี้ยงปลาสวยงาม ให้เติบโตได้ดี สีสันสดใส และมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการให้อาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยสำคัญอีกหลายด้านที่ต้องดูแลควบคู่กันไป ทั้งอาหาร แสง น้ำ ไปจนถึงพื้นที่ในตู้ เพราะทุกอย่างล้วนมีผลต่อสุขภาพของเจ้าปลาโดยตรง มาดูกันครับว่าแต่ละอย่างมีอะไรบ้าง- อาหารปลา เป็นหัวใจของการเลี้ยงปลาสวยงาม ถ้าอยากให้ปลาโตเร็ว สีชัด สุขภาพดี ต้องเลือกอาหารที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะปลาทองควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนไม่น้อยกว่า 35% เพราะเป็นช่วงที่ปลาใช้พลังงานสูงในการเจริญเติบโต
- แสงสว่างที่เหมาะสม ปลาไม่ได้ต้องการแสงแค่เพื่อให้เรามองเห็น แต่แสงยังช่วยกระตุ้นเม็ดสี ทำให้ปลามีสีสันสดใสขึ้น โดยเฉพาะปลาทองและปลาหมอสี ควรเปิดไฟตู้วันละ 8–10 ชั่วโมงต่อวัน และใช้หลอดไฟสำหรับตู้ปลาโดยเฉพาะ เพราะจะได้แสงที่นุ่มนวลไม่ร้อนจนเกินไป แต่ระวังอย่าเปิดตลอดเวลา ควรมีช่วงที่ให้ปลาได้พักผ่อน
- คุณภาพน้ำ น้ำคือบ้านของปลา ถ้าน้ำไม่ดีปลาก็ป่วยแน่นอน ค่า pH ควรอยู่ที่ 6.5-9.0 ส่วนอุณหภูมิควรรักษาอยู่ที่ 24-28°C สำหรับปลาสวยงามทั่วไป หลายคนที่มองข้ามอาจเจอปัญหาน้ำขุ่นเพราะไม่ได้เปลี่ยนน้ำนาน ปลาทองเริ่มสีจางและว่ายช้า ทางที่ดีควรใช้เครื่องกรองน้ำและเปลี่ยนน้ำ 20-30% ทุกสัปดาห์จะช่วยลดของเสียและแบคทีเรียได้เยอะครับ
- ขนาดตู้และจำนวนปลา ตู้เล็กเกินไปหรือเลี้ยงปลาเยอะเกินไปจะทำให้น้ำเน่าไว ทำให้ปลาเครียดและโตช้า ควรมีพื้นที่ให้ปลาได้ว่ายอย่างอิสระ แนะนำให้ใช้ตู้ขนาด 60 ลิตรขึ้นไปสำหรับปลาทอง 3-4 ตัว เมื่อตู้กว้างขึ้นก็ช่วยให้ปลาว่ายน้ำได้สะดวก ออกซิเจนเพียงพอ พอย้ายไปตู้ใหญ่จะเห็นได้ชัดเลยว่าปลาร่าเริงขึ้น
การเลือกอาหารปลาให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย
หลายคนที่ "เลี้ยงปลาสวยงาม" อาจเคยสงสัยว่า ทำไมให้อาหารแล้วปลายังโตช้า หรือบางตัวดูไม่ค่อยแข็งแรง นั่นแปลว่าคุณกำลังโฟกัสผิดจุด ความจริงแล้วอาหารปลาแต่ละยี่ห้อ แต่ละสูตรก็ต่างกันออกไป จะเอามาใช้เหมารวมกันหมดไม่ได้เลย เพราะปลาก็เหมือนคนเราในแต่ละช่วงวัยต้องการอาหารที่แตกต่างกัน อย่างวัยเล็กต้องการโปรตีนสูงเพื่อสร้างร่างกาย ส่วนปลาวัยโตเน้นการเสริมสีและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน เน้นดูแลเรื่องย่อยง่าย ดังนั้นถ้าเลือกอาหารให้ถูกต้องจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่มือเลี้ยงปลาทุกคนไม่ควรมองข้าม รับรองว่าปลาของคุณจะโตเร็ว สีสวย และแข็งแรงแบบเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนเลย- อาหารโปรตีนสูงช่วยให้โตเร็ว ปลาในวัยเล็กและปลาวัยรุ่นต้องการโปรตีนสูงมาก โดยเฉพาะปลาทอง ดังนั้นการเลือกอาหารต้องมีโปรตีนไม่ต่ำกว่า 35% ขึ้นไป เพื่อช่วยเสริมการเจริญเติบโตได้ดี สร้างกล้ามเนื้อ อาจให้บ่อยในปริมาณน้อย เช่น วันละ 3–4 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ
- อาหารเสริมสีธรรมชาติ อีกหนึ่งจุดสำคัญที่บ่งบอกถึงสุขภาพ ปลาอยากสีสวยสด ชัด และดูมีชีวิตชีวาที่สำคัญต้องปลอดภัย อย่างแครอทีนและลูทีน ช่วยเพิ่มความสดใสของสีสันปลาให้สีแดงส้มชัด สีขาวใสนวล ดูสุขภาพดีแบบธรรมชาติ ไม่พึ่งสารเร่งสี โดยเฉพาะปลาสวยงามอย่าง ปลาคาร์ฟ หรือปลาทอง
เทคนิคการให้อาหารปลาแบบมืออาชีพ
หลายคนเลี้ยงปลามานานแต่ยังไม่แน่ใจว่าให้อาหารถูกวิธีรึเปล่า บางทีปลาโตช้า ปลาสีซีดไม่ชัด หรือวุ้นไม่ขึ้น จริง ๆ แล้ววิธีให้อาหารก็สำคัญไม่แพ้ชนิดอาหารเลย มาครับเดี๋ยวจะแชร์เทคนิคดี ๆ ให้แล้วจะรู้ว่าการให้อาหารปลาแบบมืออาชีพไม่ยาก แค่เข้าใจพื้นฐานและใส่ใจนิดหน่อยง่าย ๆ ทุกคนทำตามได้- ปริมาณและความถี่ อันนี้ต้องสังเกตถ้าใครให้อาหารแค่พอปลากินหมดใน 2-3 นาที แล้วยังมีอาหารเหลือแปลว่าให้เยอะไป ลองปรับมาให้ทีละน้อย แต่ให้บ่อยจะดีกว่า เช่น วันละ 2-3 มื้อ โดยแต่ละมื้อให้เท่าที่ปลากินหมดภายใน 1–2 นาทีพอ ไม่ต้องใส่เยอะครับ
- หลีกเลี่ยงการให้อาหารเกิน ใครที่เลี้ยงปลาทองจะรู้ดีว่ากินเก่ง แต่ถ้าให้เยอะเกิน จะย่อยไม่หมด เสี่ยงท้องอืด น้ำเสียง่าย แล้วสุดท้ายปลาอาจป่วย ไม่โต แถมเสียเงินค่ายารักษาอีก แนะนำใหเเปลี่ยนมาใช้อาหารปลาสูตรซากุระโกลด์แบบเม็ดลอยที่มีส่วนผสมของโพรไบโอติก ลดความเสี่ยงจากอาการท้องอืดได้อย่างดีเยี่ยม
- เวลาให้อาหารในแต่ละวัน ควรให้อาหารเวลาเดิมทุกวัน เช่น ช่วงเช้า 6-9 โมง เป็นช่วนที่ปลาตื่นตัว หิวสุด เหมาะให้มื้อหลัก และมื้อเย็น 4-6 โมง ลองปรับเลือกเวลาที่เหมาะสม แต่พยายามให้เวลาเดิมทุกวัน จะทำให้ปลาปรับตัวได้ดี ระบบย่อยทำงานเป็นเวลา ช่วยลดความเครียดของปลาอีกด้วยครับ
ป้องกันโรคและสร้างภูมิคุ้มกันให้ปลา
ปลาก็ป่วย คนก็เครียด ไม่ว่าจะเป็นปลาสวยงามสายพันธุ์ไหน เรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญสุดไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงในบ่อหรือตู้ปลา เพื่อให้ปลามีสุขภาพแข็งแรง เติบโตดี และมีอายุยืนยาว ต้องมีการจัดการที่ดีทั้งในเรื่องอาหาร การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสังเกตอาการป่วยของปลา เพราะถ้าไม่ดูแลดีปลาที่สวยงามก็อาจป่วยง่าย และส่งผลกับสีสัน รวมถึงการเจริญเติบโตด้วยนั่นเอง- ใช้อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน การให้อาหารเสริมภูมิคุ้มกันเป็นวิธีที่ช่วยให้ปลามีความต้านทานต่อโรคได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรงและต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น เช่น วิตามินซี วิตามินอี โปรไบโอติก และสมุนไพรธรรมชาติอย่างกระเทียม
- วิธีแยกปลาที่ป่วย ถ้าสังเกตเห็นอาการผิดปกติว่ามีตัวไหนเริ่มมีอาการแปลก ๆ นี่เป็นสัญญาณที่ต้องระวัง และต้องรีบแยกออกทันที เพื่อป้องกันไม่ให้โรคระบาดในตู้หรือบ่อร่วมกัน เช่น
-
-
- ว่ายน้ำผิดปกติ ช้า หรือชอบซ่อนตัว
-
-
-
- หายใจแรง บริเวณเหงือกมีสีเปลี่ยน
-
-
-
- ตัวเป็นจุดขาวแดง หรือเกล็ดลอก
-
-
-
- ปากปิดไม่สนิท ท้องป่อง
-
- การเปลี่ยนน้ำและดูแลบ่อหรือตู้ปลา เพราะน้ำคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเลี้ยงปลาสวยงาม นั่นคือโลกทั้งใบของพวกปลา แน่นอนว่าถ้าดูแลสภาพแวดล้อมไม่ดี ปลาจะเครียดและเสี่ยงติดโรค ทางที่ดีเปลี่ยนน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละประมาณ 20-30% อย่าเปลี่ยนน้ำหมดทีเดียว ใช้น้ำที่พักทิ้งไว้เพื่อไล่คลอรีนและปรับอุณหภูมิ และทำความสะอาดก้นตู้หรือก้นบ่อเป็นประจำ ที่สำคัญอย่าลืมจัดหาระบบกรองน้ำและเติมออกซิเจนให้เพียงพอด้วย
เช็กลิสต์ดูแลปลาทุกวัน/สัปดาห์
หลายคนที่เลี้ยงปลามานานคงรู้ว่าต้องทำอะไรจนกลายเป็นรูทีนไปแล้ว แต่สำหรับมือใหม่หรือคนที่อยาก "เลี้ยงปลาสวยงาม" ให้สุขภาพดีและสีสวย การมีเช็กลิสต์และวิธีสังเกตง่าย ๆ จะช่วยให้ดูแลปลาได้อย่างถูกต้องและไม่พลาดเรื่องสำคัญเลยครับยกตัวอย่างเช็กลิสต์สำหรับดูแลปลาสวยงาม
ตรวจสุขภาพปลา- ปลาว่ายน้ำปกติ คล่องตัว
- สีตัวสดใส ไม่มีแผลหรือจุดผิดปกติ
- ครีบและหางสมบูรณ์ ไม่ขาดหรือเปื่อย
- ปลากินอาหารได้ตามปกติ
- ปลาไม่ถูตัวกับตู้หรือของในตู้
- ไม่ว่ายเร็วหรือซึมผิดปกติ
- ไม่หลบมุมตู้บ่อยจนผิดปกติ
- เปลี่ยนน้ำบางส่วน 20–30% ทุกสัปดาห์
- เปิดเครื่องกรองและปั๊มลมตลอดเวลา
- น้ำใส ไม่ขุ่น และไม่มีกลิ่นเหม็น
- เช็กค่า pH และแอมโมเนียอยู่ในช่วงปลอดภัย
แนะนำอาหารปลาสวยงามที่ช่วยในเรื่องเร่งโตและเพิ่มสีสันให้สวยงาม
อาหารปลาซากุระโกลด์ เร่งโต เร่งสี เร่งวุ้น เม็ดสามสี โปรตีน 35% แบรนด์อาหารปลาอันดับ 1 ในไทย ครองใจคนเลี้ยงปลามาอย่างต่อเนื่อง SAKURA GOLD เม็ดสามสี สูตรพิเศษ เร่งโต เร่งสี เร่งวุ้น โปรตีนสูงถึง 35% อาหารปลาคุณภาพสูงราคาสบายกระเป๋า ด้วยสูตรที่คิดค้นมาเพื่อปลาสวยงามทุกสายพันธุ์ ทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะปลาทอง ปลาคาร์ฟ หรือปลาหางนกยูง ด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนไม่จำเป็นต้อมพึ่งอาหารเสริม เพราะเรารวมทุกอย่างไว้ในถุงเดียว- โปรตีนสูง 35% สูตรเร่งโต เร่งสี และเร่งวุ้นครบในหนึ่งเดียว อุดมไปด้วยโปรตีน 35% พร้อมทั้งรวมถึงมีวิตามินและแร่ธาตุ ช่วยให้ปลาโตไว แข็งแรง
- เม็ดอาหารสามสี สามประโยชน์ ครบในถุงเดียว เร่งโต เร่งสี เร่งวุ้น และเพิ่มภูมิคุ้มกัน
- สูตร Complete Formula ครบถ้วนในมื้อเดียว ครบทุกความต้องการของปลาสวยงาม
- ย่อยง่าย น้ำไม่ขุ่น รักษาสภาพแวดล้อมในตู้ปลา ด้วยส่วนผสมโปรไบโอติกเพื่อช่วยย่อย ลดเสี่ยงท้องอืด แม้จะเป็นเม็ดลอย
- สารเร่งสีธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีตกค้างปลอดภัย 100% จากสาหร่ายสไปรูลิน่า และแอสตาแซนธิน เห็นผลไวจริง สีสด
- BOOST All in One อาหารปลาสวยงามที่มีสารอาหารที่ช่วยให้ปลาโตไว สีสวย ไม่ทำให้น้ำขุ่น พร้อมทั้งยังมีเนื้อปลาเกรดคุณภาพ มีโปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ โอเมก้า-3 DHA EPA สาหร่ายสไปรูลิน่า ช่วยในการเร่งสีปลาอย่างเป็นธรรมชาติกระเทียม ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิต้านทาน ช่วยป้องกันโรค
- Sakura High Growth Formula อาหารปลาคาร์ฟ สูตรเร่งโต ถูกออกแบบให้ประกอบด้วยโปรตีนจากแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงประกอบไปด้วย หนอนไหม เนื้อปลา ตับปลาหมึก และตัวเคย ซึ่งอุดมด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อของ ปลาแฟนซีคาร์ฟให้เจริญเติบโต และวิตามินที่จำเป็นต่อปลาอีกหลายชนิด สูตรเร่งโต เหมาะกับช่วงสภาพอากาศแจ่มใส เพราะปลาจะนำสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ดี
- Boost Micro Pellet Growth & Color Formula อาหารปลาสวยงามกลุ่ม Tropical ที่ออกแบบมาสำหรับปลาที่กินอาหารที่ผิวน้ำโดยเฉพาะ เช่น ปลากัด, ปลาหางนกยูง, ปลาสอด, ปลาบอลลูน, ปลานีออน, ปลาคาร์ดินัล และปลาเล็กอื่นๆ ที่กินอาหารเม็ดลอย อัดแน่นโปรตีนคุณภาพดีและวัตถุดิบจากรรรมชาติที่มีการผสมผสานกันอย่างลงตัว เพื่อการเจริญเติบโตอย่างสุขภาพดี สีสันที่สวยงามและระบบการย่อยที่สมบูรณ์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการ "เลี้ยงปลาสวยงาม"
ให้อาหารปลาสวยงามวันละกี่ครั้งถึงจะดี?
- ปกติแล้วให้วันละ 1–2 ครั้งก็พอครับ ไม่ต้องให้บ่อย เพราะถ้าให้เยอะเกิน ปลากินไม่หมด อาหารก็จะเน่า ทำให้น้ำเสีย และปลาอาจป่วยได้ ให้แค่พอที่เค้ากินหมดภายใน 2–3 นาที กำลังดีเลย
อาหารปลาแบบไหนช่วยให้ปลาสีสวยขึ้น?
- ให้เลือกอาหารที่มีสารพวกแคโรทีนอยด์ หรือสาหร่ายสไปรูลิน่าครับ พวกนี้ช่วยเพิ่มสีตามธรรมชาติ ไม่ใช่ยาเร่งสีแบบอันตรายนะครับ จะได้สีสวยแบบปลอดภัย
จะรู้ได้อย่างไรว่าปลามีสุขภาพดี?
- ปลาที่แข็งแรงจะว่ายน้ำคล่อง ไม่ซึม ไม่ไปเกาะพื้น หรือหลบมุม สีสวยสด กินอาหารได้ดี ไม่มีแผลหรือจุดแปลก ๆ บนตัว ถ้าดูแล้วปลามีชีวิตชีวาแปลว่าสุขภาพดีนั่นแหละครับ
ทำไมปลาถึงไม่โต ทั้งที่ให้อาหารสม่ำเสมอ?
- อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ขนาดตู้ปลาเล็กเกินไป ปลาถูกเลี้ยงอย่างแออัด คุณภาพน้ำไม่ดี หรืออุณหภูมิไม่เหมาะสม รวมถึงการให้อาหารที่ไม่มีสารอาหารเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต
ควรเปลี่ยนน้ำบ่อยแค่ไหนถึงจะดีต่อปลา?
- ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหมดนะครับ เอาแค่ประมาณ 20–30% ทุก 1–2 อาทิตย์พอ ที่สำคัญคือต้องดูดของเสียกับเศษอาหารออกด้วย จะช่วยให้น้ำใสและปลาสบาย
เลี้ยงปลาหลายชนิดในตู้เดียวกันได้ไหม?
- ได้ครับ แต่ต้องเลือกให้ดี ควรเป็นปลาที่นิสัยไม่ดุ ไม่กัดกัน และอยู่ในสภาพน้ำเดียวกันได้ เช่น ชอบน้ำอุณหภูมิใกล้เคียงกัน ไม่งั้นจะตีกัน หรือเครียดจนป่วยได้
ปลาไม่กินอาหาร ควรทำอย่างไร?
- อันดับแรก เช็กคุณภาพน้ำก่อนว่าสะอาดไหม แล้วดูว่าอุณหภูมิน้ำเหมาะสมหรือเปล่า ปลาบางตัวอาจจะไม่ชอบอาหารเดิมก็ได้ ลองเปลี่ยนดู ถ้าเกิน 2–3 วันแล้วยังไม่กิน แนะนำให้แยกไว้ดูอาการ หรือปรึกษาร้านที่เชี่ยวชาญครับ
จำเป็นต้องเปิดไฟให้ปลาทุกวันไหม?
- ควรเปิดไฟวันละประมาณ 8–10 ชั่วโมงครับ เพื่อให้ปลารู้ว่านี่คือกลางวัน ให้เค้ามีวงจรชีวิตเหมือนในธรรมชาติ แล้วก็ช่วยให้สีของปลาดูสวยด้วย แต่ถ้าเปิดไฟทั้งวันทั้งคืน ปลาจะเครียดครับ ต้องมีเวลาดับไฟให้เค้าได้พักด้วยนะ


รายการโปรด